Translate

ประโยชน์ของการท่องเที่ยว


ข้อดีของการท่องโลก
พวกเรากำลังอาศัยอยู่ในโลกที่มีการแข่งขันสูงขึ้น และการที่ต้องมาเลือกระหว่างการทำงานและการท่องเที่ยวนั้น คนหนุ่มสาวที่จบใหม่ส่วนใหญ่จะเลือกที่จะทำงานมากกว่า เพราะคุณไม่รู้ว่าอนาคตของคุณมีอะไรรออยู่ และวิธีการที่ดีที่สุดก็คือสร้างความมั่นคงโดยการทำงานหนักตั้งแต่ยังวัยรุ่นแล้วค่อยไปเที่ยวเอาทีหลังเมื่อคุณเกษียณอายุ  ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นการออกไปท่องเที่ยวก็คงไม่ใช่หนึ่งในตัวเลือกของคุณอีกแล้ว  ซึ่งแท้จริงแล้วการออกไปท่องเที่ยวตั้งแต่ยังวัยรุ่นนั้นมีข้อดีมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือมันง่ายกว่าการขอลางานจากเจ้านายของคุณเมื่อคุณทำงานแล้ว


มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าข้อดีของการเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่วัยรุ่นนั้นมีอะไรอื่นๆอีกบ้าง

สุขภาพแข็งแรง
สิ่งที่เป็นข้อดีที่สุดที่เห็นได้ชัดของการท่องเที่ยวตั้งแต่วัยรุ่นคือคุณไม่จำเป็นต้องมาวิตกกังวลเรื่องของสุขภาพ (ถ้าคุณไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไรเลย) เพราะยิ่งถ้าคุณยิ่งอายุมากขึ้น ร่างกายของคุณก็ยิ่งรับมือกับความกดดันและกิจกรรมหนักๆได้น้อยลงเรื่อยๆ  แถมตลอดการเดินทางคุณจะต้องเจอกับการนั่งเครื่องบิน, รถทัวร์หรือรถไฟเป็นเวลานาน นอกจากนี้เมื่อคุณอายุยังน้อย คุณจะมีข้อจำกัดทางการทานอาหารไม่มากนักและสามารถจะสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆได้ โดยไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจะทำให้ป่วยหรือบาดเจ็บ

ความรับผิดชอบน้อยกว่า
เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณจะมีสิ่งต่างๆมากมายในชีวิตที่ต้องใช้จ่าย ทั้งบ้าน, รถ, เงินกู้, การลงทุน และอีกมาก รวมถึงผู้คนที่คุณต้องดูแลไม่ว่าจะลูกหรือคนรัก  ซึ่งหมายความว่าคุณมีความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงอยู่และเป็นการยากที่คุณจะออกไปท่องเที่ยว  ดังนั้นการออกไปเที่ยวตั้งแต่ยังวัยรุ่นและไม่มีข้อผูกมัดใดๆจะสามารถช่วยให้คุณมีความสุขไปกับประสบการณ์ใหม่ๆโดยไม่ต้องกังวลกับสิ่งต่างๆเบื้องหลัง หรือรู้สึกผิดที่ต้องละทิ้งความรับผิดชอบอะไรเพื่อมาเที่ยว

เปิดรับมุมมองใหม่ๆ
วัยรุ่นยังเป็นวัยที่เปิดกว้างและเปิดรับสิ่งใหม่ๆได้มากกว่าในขณะที่ท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆและมองสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางว่าเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่  ส่วนวัยผู้ใหญ่นั้นมักจะคุ้นเคยกับสิ่งเดิมๆหรือสิ่งที่คุ้นเคยมากกว่า ตั้งแต่ยี่ห้อยาสีฟันไปจนถึงกาแฟแก้วโปรด ดังนั้นการออกไปเที่ยวก็อาจจะเป็นเรื่องลำบากใจและยุ่งยากมากกว่า


ขยายวิสัยทัศน์เกี่ยวกับโลก
ความเชื่อและทัศนคติของคุณจะถูกสร้างขึ้นเมื่อคุณเป็นเด็ก ซึ่งการเดินทางจะเป็นการเปิดกว้างให้คุณได้เจอกับวัฒนธรรมที่หลากหลายและเปิดใจยอมรับความต่างเหล่านี้ได้ คุณจะกลายเป็นคนที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆในโลกได้ในอนาคตเมื่อคุณทำงาน   และเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าคนที่เห็นโลกแค่แคบกว่า

สร้างความรับผิดชอบและความมั่นใจ
การท่องเที่ยวจะเป็นการช่วยให้คุณมีความรับผิดชอบตัวเองและดูแลรักษาของของคุณมากขึ้น และยิ่งถ้าคุณวางแผนการเที่ยวเอง คุณก็ยิ่งได้เรียนรู้ในการจัดการเวลาและเงินของคุณไปด้วย  การดูแลทรัพย์สินและของมีค่า อย่างเงินสด, ตั๋วเดินทางและพาสปอร์ต เป็นการสร้างความรับผิดชอบและการระวังตัวต่อสิ่งรอบตัวของคุณให้มากขึ้น  นอกจากนี้การเดินทางไปยังประเทศใหม่ๆหรือเมืองใหม่ๆที่คุณไม่รู้จัก ล้วนเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับคุณในการยืนด้วยตัวคุณเอง และรู้ว่าคุณสามารถดูแลตนเองได้มากขนาดไหน

ช่วยในการค้นหาตัวตน
เราแต่ละคนล้วนมีความชอบและความต้องการที่ต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่เราค้นหาก็ย่อมต่างกัน ซึ่งการเดินทางก็เป็นวิธีที่คุณจะได้พบคนใหม่ๆที่มีความเชื่อ ความคิดความอ่าน มีการงาน หรือปัญหาที่ต้องแก้ที่ต่างกัน ซึ่งประสบการณ์ที่คุณได้จากคนเหล่านี้เป็นการบอกคุณว่าอะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ และคุณจะวางเป้าหมายในชีวิตต่อไปในอนาคตได้ง่ายขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.hotcourses.in.th

วัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวจะต้องมีการเดินทางโดยสมัครใจเป็นการชั่วคราว โดยมีความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ใดก็ได้ที่ไม่ใช่เพื่อประกอบอาชีพหรือหารายได้ ซึ่งวัตถุประสงค์หรือความมุ่งหมายของการท่องเที่ยวนั้น Douglas Foster ได้เขียนไว้ในหนังสือ “Travel and Tourism Management” ว่าความมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ของการเดินทางสามารถแบ่งออกได้เป็น 9 อย่างคือ

การท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนในวันหยุด (Holiday-Mass Popular Individual)                                      
หากเป็นการเดินทางในวันหยุดเพื่อพักผ่อนโดยไม่ทำอะไร อันเป็นการขจัดความเมื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจจากการทำงานให้หมดไป และเรียกพละกำลังกลับคืนมา สำหรับเริ่มต้นทำงานในวันใหม่ บางคนอาจจะไปพักฟื้นเพราะป่วยไข้ มักจะถือเอาภาวะอากาศเป็นเกณฑ์ตัดสินว่าจะไปท่องเที่ยวที่ใด เช่น สถานที่ชายทะเลที่มีลมพัดฉิวอยู่เป็นนิจ หรือสถานที่บนเขาที่อากาศหนาวเย็น หรืออาจรักษาโรคผิวหนังใกล้บริเวณบ่อน้ำร้อน เป็นต้น


ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการเดินทางของนักท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลิน และการพักผ่อนจะแตกต่างกันในรายละเอียด และเป็นตัวระบุกิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต้องการ ดังตัวอย่างประกอบ

วัตถุประสงค์
ต้องการหลีกหนีจากชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยว ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยว สวนสาธารณะ อุทยานแห่งชาติ น้ำตก สปา ชายทะเล เป็นต้น

ต้องการหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่
ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมกลางแจ้ง ทัศนศึกษาหมู่บ้านชาวเขา เที่ยวสวนสนุกเฉพาะทาง

หลีกหนีอากาศหนาว
ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล (sun and see) ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยวกิจกรรมดำน้ำ

การท่องเที่ยวเพื่อวัฒนธรรมและศาสนา(Cultural Religion)
ตัวอย่างแหล่งท่องเที่ยววัด วา อาราม ต่างๆ เป็นต้น
หากเป็นการเดินทางที่ปรารถนาจะเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมหรือศาสนาของประเทศต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น การศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ชมศิลปะนานาพรรณในหอศิลป์ ชมการแสดงดนตรีหรือละครของประเทศต่างๆ นมัสการศูนย์ศาสนาที่สำคัญ เพื่อร่วมปฏิบัติศาสนากิจ เป็นต้น                    

การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา (Educational)
เป็นการเดินทางเพื่อทำการวิจัยหรือสอนหนังสือ หรือเข้าศึกษา หรือดูงานในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งมักจะพักอยู่ในประเทศนั้นเป็นเวลานับเดือน เช่น ไปทำการวิจัยด้านสังคมวิทยาที่ประเทศอินเดีย ไปดูงานที่ยุโรป ไปบรรยายวิชาการท่องเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์ ไปฝึกอบรมระยะสั้นเกี่ยวกับวิชาการโรงแรมที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นต้น

การท่องเที่ยวเพื่อการกีฬาและความบันเทิง (Sport and Recreation)
เป็นการเดินทางที่ปรารถนาจะไปชมการแข่งขันกีฬา หรือเข้าร่วมการแข่งขันกีฬา หรือเล่นกีฬาในท้องถิ่นนั้น เช่น การชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก การเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเขต การไปเล่นสกีในฤดูหนาว   เป็นต้น หรือเป็นการเดินทางเพื่อความสนุกบันเทิงใจ เช่น การเปลี่ยนบรรยากาศไปยังสถานที่ที่เงียบสงบ การชมทิวทัศน์ที่สวยงาม การไปชมการแสดงโอเปร่า การไปชมการแสดงโขน เป็นต้น

การท่องเที่ยวเพื่อประวัติศาสตร์และความสนใจพิเศษ (Historical and Special Interests)
เป็นการเดินทางที่ปรารถนาจะไปชมโบราณสถานที่เกี่ยวโยงกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ เช่น ปราสาทหินพิมาย โครงกระดูกมนุษย์โบราณ เป็นต้น

การท่องเที่ยวเพื่องานอดิเรก (Hobbies)
เป็นการเดินทางเพื่อทำงานอดิเรก เช่น ไปวาดรูปบนภูเขา ไปขี่ม้าที่ชายหาด ไปเล่นสกี เป็นต้น

การท่องเที่ยวเพื่อเยี่ยมญาติมิตร (Visiting Friend / Relation)                                                        
เป็นการเดินทางเพื่อเยี่ยมญาติมิตรอันเป็นการสร้างสัมพันธภาพให้ดียิ่งขึ้น เช่น ไปเยี่ยมเพื่อนที่ประเทศอังกฤษ ไปเยี่ยมลูกที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นต้น

การท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจ (Business)
ในประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร ประชากรมักจะเดินทางเพื่อธุรกิจเป็นวัตถุประสงค์หลัก จึงเปรียบเสมือนว่าธุรกิจกับการเดินทางต้องอยู่คู่กันเสมอ แม้ว่าการเดินทางเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการทำงาน แต่ก็จัดเป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากการเดินทางในลักษณะนี้จะสร้างรายได้ให้กับจุดหมายปลายทางที่นักธุรกิจไปเยือน และนักธุรกิจนั้นก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะไปอยู่ ณ สถานที่นั้นเพื่อที่จะทำงาน หารายได้อย่างเดียว หากต้องบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งหมายถึงการเข้าพักในโรงแรม การใช้บริการห้องประชุม ซื้อของฝากของที่ระลึกต่างๆ

การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆคือ
การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจโดยทั่วไป (Regular Business Travel)
หมายถึง การเดินทางไปติดต่อประสานงาน หรือเซ็นสัญญาเกี่ยวกับธุรกิจ โดยอาจมีระยะเวลาในการหยุดพักผ่อน 2-3 วัน แทรกอยู่ในการเดินทางนั้น เช่น นักธุรกิจชาวอังกฤษเดินทางมาเซ็นสัญญาหุ้นส่วนโรงแรมในประเทศไทย หรือตัวแทนขายประกันเดินทางไปเยี่ยมลูกค้า


การท่องเที่ยวเพื่อการประชุม
เช่นการประชุมนาๆชาติ การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และการท่องเที่ยวเพื่อจัดนิทรรศการนานาชาติ ( Meeting, Incentive, conference / convention / congress and Exhibition : MICE )

การท่องเที่ยวในรูปแบบนี้กำลังได้รับความสนใจทั้งจากภาครัฐและเอกชนทั่วโลก โดยมีการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากเห็นความสำคัญถึงภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว กล่าวคือ ผู้ที่เดินทางมาในลักษณะดังกล่าวมักเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูง และมีความสามารถในการใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป นอกจากนี้แม้ว่าผู้ที่มาเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวจะมีวัตถุประสงค์หลักในการเดินทางที่เกี่ยวข้องในเชิงธุรกิจ แต่หากคนกลุ่มนี้มีความประทับใจและมีประสบการณ์ที่ดีต่อพื้นที่ที่ได้ไปเยือนเป็นครั้งแรก ก็อาจเดินทางกลับไปยังพื้นที่นั้นอีกครั้งในรูปแบบการท่องเที่ยวเพื่อการหยุดพักผ่อนในรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งกลุ่มคนเหล่านี้เป็นคนที่มีการศึกษาระดับสูงและมีผู้นำด้านความคิด หากเลือกที่จะมาแหล่งท่องเที่ยวใด ก็ย่อมจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แหล่งท่องเที่ยวนั้น

สิ่งสำคัญที่นักธุรกิจแต่ละกลุ่มต้องการเหมือนกัน คือ ความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางเนื่องจากบางครั้งอาจมีเวลาจำกัดในการติดต่อธุรกิจ และอาจต้องเดินทางหลายแห่งในคราวเดียวกัน รวมถึงความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกในการติดต่อธุรกิจ เช่น ในโรงแรมมักจะมีห้องติดต่อธุรกิจ (Business center) ซึ่งมีบริการติดต่อสื่อสารที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นโทรสาร โทรศัพท์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องถ่ายเอกสาร หรือแม้กระทั่ง ผู้ช่วยส่วนตัว ไว้รองรับกลุ่มลูกค้าดังกล่าว

การท่องเที่ยวเพื่อประชุมสัมมนา (Conference Congress)
เป็นการเดินทางเพื่อเข้าร่วมการประชุมสัมมนา โดยปกติการจัดรายการประชุมสัมมนาผู้จัดมักมีรายการนำเที่ยวอย่างน้อย 1 ครั้ง ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาเป็นนักท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ และเมืองใดที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มักจะได้รับเลือกให้เป็นที่ประชุมสัมมนา เช่น เมืองพัทยา เชียงใหม่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เจนีวา ปารีส เป็นต้น
ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://tourismatbuu.wordpress.com
รูปภาพธีมโดย compassandcamera. ขับเคลื่อนโดย Blogger.