Translate

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล

เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล
ครอบคลุมเนื้อที่ 1,775 ไร่ ลักษณะเป็นเขาหินปูนอยู่ในมหายุคพาลีโอซีน (Palaeocene) และอยู่ในยุคย่อยคาร์บอนิเฟอรัส (Carboniferus) มีอายุราว 360-286 ล้านปีมาแล้ว

เป็นภูเขาหินปูนลูกโต หน้าผาสูงชัน มีลักษณะคล้ายรูปเกือกม้า หินปูนบริเวณนี้ส่วนมากเกิดจากการทับถมของเปลือกหอย พลับพลึงทะเล หรือปะการัง มีการตกตะกอนทางเคมีอยู่น้อยมาก จากการศึกษาและจำแนกซากดึกดำบรรพ์ ทำให้ทราบว่าบริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน ยอดสูงสุด 236 เมตร มีหน้าผาสูงชันเว้าแหว่ง อันเกิดจากการกัดเซาะของน้ำฝนนับหลายล้านปี เกิดเป็นถ้ำต่าง ๆ มากมายทั่วบริเวณ ถ้ำที่น่าสนใจ ได้แก่

ถ้ำนเรศวร ภายในมีหินย้อยรูปทรงคล้ายพระมาลาเบี่ยงของพระนเรศวร จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำ เหมาะสำหรับนักผจญภัย เพราะทางเข้าไปยังห้องโถงค่อนข้างลำบาก เนื่องจากต้องคุกเข่าคลานเข้าไปทีละคนไม่ควรเข้าไปเกิน 10 คน อาจจะเป็นอันตรายได้ เพราะอากาศมีน้อย

ถ้ำเรือ ภายในพบรูปรอยคล้ายเรือคว่ำอยู่บนเพดานถ้ำ เกิดจากการที่น้ำท่วมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ผนังถ้ำถูกกัดเซาะและเกิดการละลาย จนดูคล้ายรูปเรือคว่ำในที่สุด ในฤดูแล้งระดับน้ำห้วยที่ไหลลอดผ่านถ้ำ มีปริมาณลดลงสามารถเดินเที่ยวชมความงาม ของถ้ำได้สะดวก

   


ถ้ำผาแดง อาจเป็นเพราะบนหน้าผาเหนือปากถ้ำ มีสีแดงเคลือบอยู่ จึงเป็นที่มาของชื่อถ้ำ ในอดีตเคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ จากการสำรวจพบเศษภาชนะดินเผา ตกแต่งด้วยลายเชือกทาบและสะเก็ดหินกองไว้บนพื้นถ้ำ ในปัจจุบันโครงสร้างของถ้ำมีความเหมาะสม จึงเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาว 2 ชนิด คือค้างคาวปากย่น และค้างคาวปีกถุงเคราดำ เป็นค้างคาวกินแมลง ที่ช่วยกำจัดศัตรูพืชให้กับเกษตรกร

ถ้ำลอด ถ้ำนี้เกิดจากน้ำกัดเซาะเป็นลำน้ำทะลุภูเขามีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี สามารถเดินข้ามไปอีกฟากหนึ่งได้ ทางเดินสะดวกสบายในฤดูแล้ง แต่ค่อนข้างลำบากในฤดูฝนด้านในถ้ำอากาศจะเย็นสบายและกว้างขวาง อีกด้านหนึ่งเป็นที่ตั้งของวัดและสำนักสงฆ์ และยังเป็นที่อยู่ของลิงวอกจำนวนมาก

  


นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่ ซากดึกดำบรรพ์ เมื่อประมาณ 360 ล้านปีล่วงมาแล้ว บริเวณนี้เคยเป็นทะเล มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่มากมาย เช่นปะการัง หอยสองฝาไม่เท่ากัน จำพวกหอยตะเกียงยักษ์ พลับพลึงทะเล สาหร่ายทะเล สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เมื่อตายลง บางส่วนจะผุพังสลายตัวไปตามธรรมชาติ บางส่วนจะถูกเก็บรักษาไว้ในชั้นหินกลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ ปรากฏให้เห็นจนถึงปัจจุบันนี้ อักษรญี่ปุ่น ตัวอักษรปริศนาที่สลักไว้บนก้อนหินบางตัวมีความหมายว่า “ถูกต้อง” ชาวบ้านเชื่อว่าบริเวณนี้เคยเป็นทางเดินทัพของทหารญี่ปุ่น เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2



นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอข้อมูล ได้จากเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทาง มาถึงยังสำนักงานเขต การเที่ยวชมถ้ำต่าง ๆ ต้องนำไฟฉายติดตัวมาด้วย ในฤดูฝนถ้ำบางแห่งไม่สามารถเข้าชมได้เนื่องจากมีน้ำท่วมพื้นถ้ำ

หากต้องการพักค้างแรมหรือทัศนศึกษาเป็นหมู่คณะติดต่อล่วงหน้าได้ที่ สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล หมู่ 6 ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก 65190 โทร. 0 1604 0843, 0 9964 2249


การเดินทาง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพลห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 85 กิโลเมตร การเดินทางเริ่มจากตัวเมืองพิษณุโลกไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ถึงอำเภอวังทองระยะทาง 20 กิโลเมตร แยกขวาไปยังอำเภอสากเหล็กอีก 38 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 11 แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1115 อีก 17 กิโลเมตร ถึงโรงเรียนเนินมะปรางศึกษาวิทยา (ก่อนถึงตัวอำเภอ 2 กิโลเมตร) มีแยกขวาไปถ้ำผาท่าพลอีก 10 กิโลเมตร บางช่วงเป็นทางลูกรัง
ติดต่อ: สำนักงานเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาท่าพล หมู่ 6 ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก 65190
โทร. 0 1604 0843, 0 9964 2249

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.sadoodta.com

องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
โทรศัพท์: 055 992 948
กลุ่มคนรักเนินมะปราง https://www.facebook.com
รูปภาพธีมโดย compassandcamera. ขับเคลื่อนโดย Blogger.